อาหารต้านมะเร็ง   โดย ผศ.ดร นิพนธ์ ตุวานนท์

ผู้เขียนจบเภสัช มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และได้รับราชการเป็นอาจารย์ประจำคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นระยะเวลา 34 ปี เมื่อเกษียณตัวเองได้ 2 ปี ได้ป่วยเป็นมะเร็งลำไส้ (Colorectal cancer) ในระยะสุดท้าย (ระยะที่ 4) มะเร็งได้ลุกลามไปที่ตับและที่ปอด (Liver & Lung metastases) ได้รับการรักษาโดยวิธีแพทย์แผนปัจจุบันครบทุกวิธี ทั้งเคมีบำบัด การผ่าตัดสำไส้ ผ่าตัดตับ ผ่าตัดปอด และรับการฉายรังสี ใช้เวลารักษาทั้งหมด 2 ปี ก่อนการรักษาโดยวิธีแพทย์แผนปัจจุบัน ผู้เขียนได้รับความรู้ด้านธรรมชาติบำบัด และอาหาร การกินแบบ “เกอร์สัน” (Gerson, M.D.) จาก นพ.สำราญ อาบสุวรรณ แพทย์มช. รุ่นที่ 11 ที่ศึกษาในเรื่องนี้อย่างแตกฉาน และได้กรุณาถ่ายทอดความรู้ให้ หลังจากนั้นผู้เขียนได้ค้นคว้า พยายามหาคำตอบ


สาเหตุของการเกิดโรคมะเร็ง


ทำอย่างไรที่จะลดความเสี่ยงของการเป็นมะเร็ง


กิน – อยู่ อย่างไรจึงจะห่างจากโรคมะเร็ง และให้คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น


ขณะที่รักษาตัว (ปี 49 – 51) และหลังจากนั้น ผู้เขียนได้ปฏิบัติตน ตามบทความที่ได้เขียนไว้ นี้อย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน บทความนี้จึงเกิดขึ้น เพื่อเป็นการเล่าสู่กันฟัง



   อาหารสูตร Gerson  

Dr. Max Gerson, MD นพ. แม็กซ์ เกอร์สัน เป็นแพทย์ชาวยิว จบแพทย์จากเยอรมนี และได้ลี้ภัย ไปอยู่ที่สหรัฐอเมริกา ท่านได้คิดสูตรอาหารรักษามะเร็งเป็นคนแรกในโลก หลักการบริโภคของหมอเกอร์สัน คือต้องการให้เซลล์มะเร็งอดอาหารตาย(starvation) โดยให้ผู้ป่วยมะเร็งทานแต่ผักและผลไม้ ห้ามเนื้อ ทุกชนิดแม้กระทั่งเนื้อปลา ห้ามทานไขมัน น้ำตาล เกลือโซเดียม (ทานเกลือโพแตสเซียม) ห้ามอาหารแปรรูป ซับซ้อนทุกชนิด (งดอาหารกระป๋องทุกรูปแบบ) ไม่ให้ทานถั่วเหลืองและผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองทุกชนิด นม เนยไข่ ทานไม่ได้ นั่นคือตัดโปรตีนและน้ำตาล ไขมันและสารเคมีทุกชนิดเข้าสู่ร่างกาย ห้ามแม้กระทั่งการใช้ ยาสีฟัน ร่างกายจะรับโปรตีนได้ไม่เกินวันละ 35 กรัม เป็นโปรตีนจากข้าวกล้องและพืชผัก เช่น wheat grass น้ำผัก/ผลไม้ วันละ 13 แก้ว โดยผัก ผลไม้ที่ใช้ต้องปลอดสารพิษ อาจประกอบด้วย แอปเปิ้ล แครอท และผักใบเขียว


อาหารมังสวิรัติสูตร Gerson วันละ 3 มื้อ ซึ่งประกอบด้วย ผลไม้ / ผัก / ธัญพืช นำมาปรุงเป็น สลัด/ผัดผัก/ต้มผัก/น้ำซุปผัก/ น้ำผัก และกับข้าวอื่นๆ ทานผลไม้สด หรือขนมที่ทำจากผลไม้สด ทุกชั่วโมงเป็นของทานเล่น เพื่อเสริมคุณค่าทางอาหารในแต่ละมื้อซึ่งอาจจะไม่เพียงพอ




   วีทกราสหรือต้นกล้าข้าวสาลี  

เป็นพืชที่อุดมไปด้วยสารคลอโรฟิลล์จากธรรมชาติคลอโรฟิลล์นี้มีคุณสมบัติยับยั้งการเจริญเติบโตและการแพร่กระจายของ เชื้อแบคทีเรียที่ไม่เป็นมิตรต่อร่างกายมนุษย์ ช่วยล้างสารพิษในตับและเลือด ช่วยปรับปรุงการทำงานของระบบย่อยอาหาร ช่วยเพิ่มจำนวนเซลล์เม็ดเลือดแดงและช่วยลดความดันเลือด อีกทั้งในวีทกราสยังมีออกซิเจนสูง ช่วยให้สมองและเนื้อเยื่อของ ร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพช่วยป้องกัน และต่อสู้กับเซลล์มะเร็ง ช่วยฟื้นฟูเซลล์ชรา ชะลอริ้วรอย กระบวนการ เสื่อมของร่างกายต่างๆจะชะลอลง ทำให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง นอกจากนี้ยังมี เอ็นไซม์ โปรตีน กรดอะมิโน และสาร อาหารจากพืชมากมาย ได้แก่ วิตามินเอ วิตามินบี วิตามินซี และแร่ธาตุต่างๆ เช่น แคลเซี่ยม เหล็ก แมกนีเซียม สังกะสี โพแทสเซียม ฟอสฟอรัส โซเดียม


รู้หรือไม่ว่า การดื่มน้ำต้นกล้าข้าวสาลี 1 ออนซ์ (30 ml.) นั้นจะได้รับสารอาหาร เท่ากับการทานผักสด 1.2 กิโลกรัม เลยทีเดียว !!!!


การปลูกต้นกล้าข้าวสาลี


1. เอาเม็ดข้าวสาลีใส่ในชาม เติมน้ำเย็น 2-3 เท่า ผสมคลุกเคล้าให้ ทุกเม็ดสัมผัสน้ำ อย่าคนแรง ทิ้งไว้ 8-12 ชม. (ประมาณ 1 คืน)

2. รินน้ำทิ้ง ล้างผ่านน้ำเย็น แล้วทิ้งไว้อีก 8-12 ชม. อุณหภูมิห้อง

3. ล้างผ่านน้ำอีกครั้ง ทิ้งไว้อีก 8-12 ชม.

4. ทำซ้ำข้อ 3 *** วัตุถุประสงค์ก็เพื่อให้รากเล็กๆงอกก่อนการปลูก ***


* เมื่อรากงอกแล้วประมาณ 0.5 ซม. แสดงว่าพร้อมที่จะปลูกแล้ว

* ปลูกลงดินหรือทราย (ล้างให้สะอาด) อย่าให้เม็ดข้าวแน่นมาก จะขึ้นรา

* นำไปตากแดดอ่อนๆ รดน้ำให้ชุ่มเสมอ แต่อย่าแฉะ

* ทิ้งไว้ 10 วัน ต้นข้าวสาลีจะสูง 6 นิ้ว พร้อมตัดได้

* การตัด ให้ตัดเหลือรากไว้

* อย่าตัดเก็บไว้ ให้ตัดสดๆเมื่อพร้อมคั้น

* ต้นที่ตัดที่เหลือรากไว้นั้น ให้รดน้ำต่อไป ต้นจะงอกใบออกมาอีก ตัดได้อีก 1 ครั้ง (หลังจากนั้นใบจะแข็ง)

© Copyright 2012 All rights reserved by The Salad Concept , Designed by Sabudbob Studio